Advertisement
Advertisement
สำหรับปัจจุบัน GELEY อยู่ภายใต้การบริหารและจำหน่ายโดย บริษัท ธนบุรี นอยสเติน จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ GEELY ในประเทศไทย
บริษัท ธนบุรี นอยสเติน จำกัด ยังคงทำหน้าที่ผู้นำเข้าและผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ GEELY ในประเทศไทย โดยดำเนินการบริหารงานด้านการขาย การตลาด และบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่องตามมาตรฐานของแบรนด์ พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าให้กับลูกค้า ผ่านแผนขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าเพิ่มเป็น 65 แห่งภายในปี 2569 ควบคู่กับการเตรียมเปิดตัวโชว์รูมระดับเรือธงแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อรองรับฐานลูกค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ตอนนี้ทาง GEELY แจ้งมาว่ารอการยืนยันนะครับสำหรับข่าว Geely Holding Group อาจเข้ามาเอง ในประเทศไทย
ปัจจุบัน Geely มีโรงงานที่ไหนบ้างในอาเซียน
มาเลเซีย (ฐานผลิตหลักพวงมาลัยขวา)
-
โรงงาน Tanjung Malim (Proton City): เป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของ Geely ในอาเซียนผ่านการถือหุ้นใน Proton
-
สถานะปัจจุบัน: นอกจากผลิตรถ Proton รุ่นต่างๆ (เช่น X50, X70, X90) ล่าสุดเมื่อเดือนกันยายน 2025 ได้เปิดตัว โรงงานประกอบรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แห่งแรกของมาเลเซีย ในพื้นที่นี้ด้วย เพื่อรองรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ Zeekr และแบรนด์รถไฟฟ้าของ Proton เอง
อินโดนีเซีย (ฐานผลิตรถ NEV แห่งใหม่)
-
โรงงาน Handal Indonesia Motor: Geely ได้จับมือกับพันธมิตรท้องถิ่นเพื่อประกอบรถยนต์แบบ CKD (Completely Knocked Down)
-
สถานะปัจจุบัน: เริ่มเดินสายพานการผลิตเต็มตัวเมื่อต้นปี 2026 โดยผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดรุ่นสำคัญ เช่น Geely EX5, Geely Starray EM-i และล่าสุดคือรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก Geely EX2 เพื่อป้อนตลาดอินโดนีเซียและภูมิภาค
เวียดนาม (กำลังก่อสร้าง)
-
โรงงานในจังหวัด Thai Binh: เป็นโครงการร่วมทุน (Joint Venture) กับ Tasco Group มูลค่าการลงทุนกว่า 168 ล้านเหรียญสหรัฐ
-
สถานะปัจจุบัน: เริ่มก่อสร้างในปี 2025 และมีกำหนดการเดินสายพานการผลิตในช่วง ปลายปี 2026 โดยจะเน้นผลิตแบรนด์ Geely และ Lynk & Co เป็นหลัก
GEELY Holging Group คืออะไร ?
Geely Holding Group (Zhejiang Geely Holding Group) คือ กลุ่มบริษัทข้ามชาติด้านเทคโนโลยีและยานยนต์ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีนที่มีสำนักงานใหญ่ในเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง ก่อตั้งโดย Li Shufu (หลี่ ชูฟู่) ในปี 1986 (พ.ศ. 2529)
Advertisement
Advertisement
ปัจจุบัน Geely ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนธรรมดา แต่ได้ก้าวขึ้นเป็น “อาณาจักรยานยนต์ระดับโลก” ที่ติดอันดับ Fortune Global 500 และเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในแบรนด์รถยนต์ชื่อดังมากมายครับ
แบรนด์ในเครือ Geely (The Empire of Mobility)
Geely มีกลยุทธ์ที่โดดเด่นคือการกว้านซื้อกิจการและร่วมทุนกับแบรนด์ระดับโลก เพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและขยายตลาด ซึ่งแบรนด์ที่เรารู้จักกันดี ได้แก่:
| กลุ่มผลิตภัณฑ์ | แบรนด์ในเครือ / หุ้นส่วน |
| แบรนด์หลัก (Core) | Geely Auto, Galaxy, Geometry |
| แบรนด์พรีเมียม / หรู | Volvo Cars (ถือหุ้นใหญ่), Polestar, Zeekr |
| แบรนด์สปอร์ต / ไฮเอนด์ | Lotus (ถือหุ้นใหญ่), Aston Martin (ถือหุ้นรายใหญ่) |
| แบรนด์ร่วมทุน / อื่นๆ | smart (ร่วมทุนกับ Mercedes-Benz), Lynk & Co, Proton (มาเลเซีย) |
| รถเพื่อการพาณิชย์ | Farizon Auto, Riddara (กระบะไฟฟ้า) |
ทำไม Geely ถึงได้รับการยอมรับทั่วโลก?
-
การเข้าซื้อ Volvo (2010): เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทั่วโลกหันมามอง Geely เพราะพวกเขาสามารถชุบชีวิต Volvo ให้กลับมาทำกำไรและเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมกับนำเทคโนโลยีความปลอดภัยและแพลตฟอร์มของ Volvo มาพัฒนาต่อยอดในรถ Geely
-
เทคโนโลยีแพลตฟอร์ม SEA: Geely พัฒนาแพลตฟอร์ม Sustainable Experience Architecture (SEA) ซึ่งเป็นโครงสร้างรถไฟฟ้าอัจฉริยะที่ยืดหยุ่นมาก ใช้ได้ตั้งแต่รถเล็กไปจนถึงรถลักชูรี และแบ่งปันให้หลายแบรนด์ในเครือใช้ร่วมกัน
-
ไม่ได้ทำแค่รถยนต์: Geely ลงทุนในเทคโนโลยีอวกาศ (ส่งดาวเทียมของตัวเองเพื่อระบบนำทางรถยนต์), รถยนต์บินได้ (Terrafugia), และพลังงานทางเลือกอย่างเชื้อเพลิงเมทานอล
GEELY EX2 395 กม./ชาร์จ NEDC ราคา 429,990 – 459,990 บาท 2026 ในไทย
GEELY EX5 ใหม่ เพิ่มรุ่น MAX+ ราคา 899,000 บาทวิ่งได้ไกล 525 กม./ชาร์จ NEDC
Advertisement
Advertisement


