STARK เนื้อหอม • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

คุณค่าบริษัท

บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK ถือเป็นผู้นำธุรกิจสายไฟระดับโลก ภายใต้ “บริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด” ผู้ผลิตและจำหน่ายสายไฟ และสายเคเบิล ซึ่งเป็นที่ยอมรับทั่วโลกมากกว่า 50 ปี ในฐานะผู้ส่งออกสายไฟมากกว่า 40 ประเทศ ด้วยเทคโนโลยีการผลิต การหุ้มฉนวนแนวดิ่ง สุดล้ำ นำสมัย เจ้าแรกและเจ้าเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อครั้งล่าสุดปิดสมุดทะเบียนวันที่ 5 เมษายน 2564 หลังผู้ถือหุ้นใหญ่ “คุณวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ” ตัดสินใจขายบิ๊กล็อตก้อนใหญ่รวม 952,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 8% ให้กับนักลงทุนสถาบันชั้นแนวหน้าทั้งในประเทศ-ต่างประเทศ รวมถึงนักลงทุน VI

ไม่ว่าจะเป็น บลจ.บัวหลวง, บล.เครดิตสวิส, บลจ.ไทยพาณิชย์, บลจ.เกียรตินาคินภัทร, ธนาคารเอชเอสบีซี, บลจ.กรุงไทย, บลจ.เอ็มเอฟซี, บล.เจพีมอร์แกน (ประเทศไทย), บลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย), บลจ.กสิกรไทย และนักลงทุน VI ที่มีชื่อนายนเรศ งามอภิชน และนายสมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล เป็นต้น

ขณะที่ จากปิดสมุดทะเบียนช่วงที่ผ่านมาพบชื่อกลุ่มบีทีเอส (BTS) ได้เข้ามาถือหุ้นบริษัทด้วยจำนวน 35 ล้านหุ้น ผลจากบรรดาสถาบันและนักลงทุนเข้าถือหุ้น เชื่อว่ามีความมั่นใจในปัจจัยพื้นฐานของ STARK และมองเห็นโอกาสการเติบโตทางธุรกิจในฐานะผู้นำธุรกิจสายไฟระดับโลก

พร้อมด้วยศักยภาพการเติบโตของ STARK ที่มีโอกาสเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต เห็นได้จากยอดขายที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 2563 หลังปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และขยายตลาดใหม่ โดยมียอดขายสุทธิ 16,858.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.22% เมื่อเทียบกับปี 2562 มียอดขาย 11,528.85 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิในปี 2563 เพิ่มเป็น 1,608.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,198.14% เมื่อเทียบกับช่วงปี 2562 มีกำไรสุทธิ 123.92 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม สัดส่วนของการถือหุ้นใน STARK ของ “คุณวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ” ปัจจุบัน 69.69% โดยถือในนามบุคคลสัดส่วน 48.69% และถือผ่านนิติบุคคล Stark Investment Corporation Limited สัดส่วน 21.00% ขณะที่สัดส่วนฟรีโฟลทเพิ่มเป็น 28.80% จากเดิมที่มีอยู่ 20.84%

ดังนั้น มีความเป็นไปได้ว่าการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ในครั้งนี้นอกเหนือจากเรื่องปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและอนาคตที่สดใสแล้ว STARK ยังมีโอกาสสูงที่จะถูกนำเข้าไปคำนวณดัชนี SET50-SET100 ในรอบครึ่งหลังของปี 2564 ตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

นอกจากนี้ แนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2564 มั่นใจว่าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยวางเป้าหมายรายได้เติบโตไม่น้อยกว่า 15-20% สร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง พร้อมกับปัจจุบัน STARK มีงานในมือ (Backlog) กว่า 8,400 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน บริษัทมีความพร้อมที่จะยื่นเข้าประมูลงานโครงการใหม่อีกจำนวนมาก และการเข้าไปลงทุนประเทศเวียดนามในปีที่ผ่านมา สามารถสร้างมูลค่าให้กับบริษัทได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโอกาสในการขยายตลาดต่างประเทศ ซึ่งบริษัทมีแผนจะบุกตลาดสหรัฐ หลังจากที่จีนซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ถูกกีดกันด้วยกำแพงภาษี จึงเป็นโอกาสที่ดี ขณะที่ตลาดสหรัฐมีความต้องการใช้สายไฟฟ้า และเคเบิลคุณภาพสูงจำนวนมาก

โดย STARK จะใช้โรงงานในเวียดนามเป็นส่วนหนึ่งของฐานการผลิต เพื่อส่งออกไปรวมถึงหาโอกาสใหม่ในภูมิภาคอื่น ๆ ซึ่งในปีนี้มีเป้าหมายสัดส่วนรายได้การส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 10-12% จากเดิม 8% โดยคาดว่าจะมีการส่งออกไปยัง 50 ประเทศ เพื่อมุ่งสร้างการเติบโตขององค์กรอย่างต่อเนื่องและมั่นคงในระยะยาว และสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้กับผู้ถือหุ้นต่อไป

ขณะที่ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จัดอันดับเครดิตองค์กรของบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK ที่ระดับ BBB+ ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต Stable หรือ คงที่ โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงตำแหน่งผู้นำของบริษัทในธุรกิจผลิตสายไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน ตลอดจนผลงานที่ได้รับการพิสูจน์แล้วของบริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ จำกัด ในประเทศไทย และความสามารถในการทำกำไรที่ปรับตัวดีขึ้นจากความเชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูง

ท้ายสุด STARK กลายเป็นหุ้นเนื้อหอมของสถาบันและอนาคตอาจมีโอกาสเข้า SET50-SET100 หลังเพิ่มฟรีโฟลท

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. นายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ 5,796,750,000 หุ้น 48.69%
  2. Stark Investment Corporation Limited 2,500,000,000 หุ้น 21.00%
  3. นายรีวิน เพทายบรรลือ 519,758,533 หุ้น 4.37%
  4. นายณัฐภัทร ศุภนันตฤกษ์ 241,177,719 หุ้น 2.03%
  5. MR.Vonnarat Tangkaravakoon 175,000,000 หุ้น 1.47%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายชนินทร์ เย็นสุดใจ ประธานกรรมการ
  2. นายประกรณ์ เมฆจำเริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
  3. นายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ กรรมการ
  4. นายชินวัฒน์ อัศวโภคี กรรมการ
  5. นายศรัทธา จันทรเศรษฐเลิศ กรรมการ