เช็คแล้ว ไม่พบที่มาข้อมูล ‘เทสลา’ เมินลงทุนไทยเพราะคอร์รัปชันสูง

จากไวรัลทางโซเซียลมีเดีย ช่วงปลายปี 2568 ว่า เทสลา (Tesla) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า EV รายใหญ่ ไม่สนใจเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานไทย เนื่องจากมีการคอร์รัปชันสูง โดยประเด็นข่าวที่กล่าวอ้าง และแชร์กันมาเรื่อยๆ ระบุว่า ผู้บริหารเทสลา ท่านหนึ่ง (ไม่ใช่ซีอีโอ อีลอน มัสก์) กล่าวในงาน OECD ว่า “การจะทำธุรกิจในไทย ต้องจ่ายสินบน”  

สำหรับ OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development) เป็นงานประชุมวิชาการที่เกี่ยวข้องกับองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ มีสมาชิกกว่า 30 ประเทศ ทั่วโลก เป้าหมายเพื่อวิเคราะห์นโยบายสาธารณะ ให้คำแนะนำด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สิ่งแวดล้อม การคลัง ซึ่งสเกลงานมีหลายระดับ ขึ้นอยู่กับรูปแบบการจัดงานในแต่ละประเทศ 

อย่างไรก็ตาม หลังจากมีโควตผู้บริหารเทสลา แพร่กระจายออกไป ส่งผลให้สื่อบางสำนัก นักการเมือง ตลอดจนนักวิชาการ ต่างนำประเด็นนี้ไปขยายความต่อ เพื่อสะท้อนภาพการทุจริตในทุกมิติของประเทศไทย

เช็คแล้ว ไม่พบที่มาข้อมูล 'เทสลา' เมินลงทุนไทยเพราะคอร์รัปชันสูง

วิธีการตรวจสอบ

หลังจากมีข่าวดังกล่าวออกมา “ฐานเศรษฐกิจ” ค้นหาและตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล ไม่พบต้นตอที่มาของข้อมูลดังกล่าว ว่าผู้บริหารเทสลาคนดังกล่าวคือใคร เนื้อหาบนเวทีพูดว่าอย่างไร โดยมีวิธีการตรวจสอบดังนี้ 

1. ส่งอีเมลสอบถาม 

โดยทีมข่าวส่งลิงค์ต้นทางของประเทศไทย https://www.facebook.com/share/p/1Aapn7erMa ที่มีการแชร์จำนวนมากสอบถามไปยังอีเมลของบริษัทเทสลาที่ปรากฏในเว็บไซต์ www.tesla.com (เนื่องจากเทสลา) ไม่มีทีมประชาสัมพันธ์ในประเทศไทย โดยอีเมลที่ส่งไปสอบถามข้อมูล ที่ อเมริกา [email protected] ,  ยุโรปและตะวันออกกลาง [email protected] , ออสเตรเลียและเอเชีย [email protected] , และ จีน [email protected] โดยส่งไปเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 

กระทั่งผ่านไปกว่า 1 เดือน จนล่าสุดวันที่ 28 ก.พ. 2569 ก็ไม่พบว่ามีการตอบกลับอีเมลเพื่อยืนยันคำตอบที่มาข้อมูลแต่อย่างใด

2. สอบถามองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น

จากการสอบถาม “องค์การต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย)” ได้รับคำตอบว่า “ไม่มีหลักฐาน” พร้อมกับระบุว่าต้นทางข้อมูลมาจากผู้ร่วมเข้าฟังการบรรยายของ ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ท่านนึงลุกขึ้นพูด  ซึ่งองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น ระบุเพิ่มเติมว่าแต่ท่านนั้นไม่พร้อมจะเปิดเผยตัวตน หรือให้ข้อมูลเพิ่ม

3. ค้นหาทางออนไลน์

เป็นการค้นหาจากคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดใน Google รวมทั้งใช้เครื่องมือ Deep Search จาก Gemini ก็ไม่พบต้นตอข้อมูลทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ และการค้นหากลับย้อนไปพบเพียงแหล่งที่มาจาก https://www.facebook.com/share/p/1Aapn7erMa เท่านั้น

4. การตรวจสอบจากทีมข่าวยานยนต์ฐานเศรษฐกิจ

ทีมข่าวฐานยานยนต์ ที่คร่ำหวอดในวงการยานยนต์ในประเทศและต่างประเทศมายาวนาน ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวทั้งจากแหล่งข่าวในวงการยานยนต์ และตรวจสอบด้วยวิธีการต่างๆเช่นเดียวกันว่า สรุปผู้บริหารเทสลาได้ออกมากล่าวถึงการจ่ายสินบนในไทยต่อสาธารณะชนจริงหรือไม่? ข่าวนี้บิดเบือนหรือไม่?

ฐานยานยนต์สืบค้นในเชิงลึก ยังไม่พบแหล่งที่มาของข่าวที่เชื่อถือได้ หรือต้นตอที่ผู้บริหารเทสลา ลุกขึ้นพูดกลางงานสัมมนาดังกล่าวจริง ขณะเดียวกันยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการจากผู้จัดงาน หรือเทสลา ไม่ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้ 

ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารองค์กรบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ในไทยรายหนึ่งระบุว่า เทสลามีธุรกิจในไทย เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียง มียอดขายและสร้างกำไรให้บริษัทอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการที่ผู้บริหารจะยกประเด็นการคอร์รัปชันในไทย มาพูดบนเวทีโลก ดูเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลนัก และข่าวนี้ยังไม่สามารถยืนยันแหล่งที่มาได้อย่างชัดเจน 

สำหรับค่ายรถยนต์ไฟฟ้าชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา เข้ามาเปิดธุรกิจในไทยอย่างเป็นทางการปี 2565 โดยตั้งบริษัท เทสลา (ประเทศไทย) จำกัด นำเข้า EV จากจีนมาทำตลาด 2 รุ่นคือ Tesla Model 3 และ Tesla Model Y พร้อมเปิดโชว์รูม-ศูนย์บริการแห่งแรกบนถนนรามคำแหง 

เมื่อพิจารณาโมเดลธุรกิจเทสลาที่ขยายตลาดไปทั่วโลก โดยบริษัทแม่จะเข้ามาบริหารจัดการเอง100% (ไม่แต่งตั้งดิสทริบิวเตอร์) ส่วนแผนการตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ ไม่เคยมีคำยืนยันจากเทสลาว่า จะเข้ามาลงทุนในไทย

แม้ในยุคที่นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ปี 2566 มีความพยายามชวน เทสลาให้เข้ามาลงทุน แต่ไม่สามารถปิดดีลได้ และที่ผ่านมามีเพียงข่าวที่ปล่อยจากฝ่ายไทยเท่านั้นที่ขายฝันว่า “เทสลา สนใจเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานในไทย” 

เช่นเดียวกับ อินโดนีเซีย ที่พยายามจีบ อีลอน มัสก์ ให้เข้ามาตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ กับตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่อันดับหนึ่งในอาเซียน อุดมด้วยแหล่งแร่นิกเกิล มี Raw material ที่สมบูรณ์กว่าไทยในการผลิตแบตเตอรี่ต้นน้ำ(ผลิตระดับเซลล์)

จนกระทั่งวันนี้ เทสลา ยังไม่ตัดสินใจเข้ามาตั้งโรงงานในอาเซียน แม้ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย จะเปิดประตูบ้านกว้างๆ รอต้อนรับก็ตาม 

ปัจจุบัน เทสลามีโรงงานใหญ่ในเอเชียคือ กิกะแฟคทอรี่ เซียงไฮ้ กำลังการผลิต 9 แสนคันต่อปี ที่สำคัญอาเซียนได้เปิดเขตการค้าเสรีกับจีน ทำให้รถยนต์ไฟฟ้า EV ไม่เสียภาษีนำเข้าระหว่างกัน นั่นหมายความว่า เทสลา ยังไม่ต้องรีบตัดสินใจทุ่มเงินลงทุนมาตั้งโรงงานในภูมิภาคนี้ 

ขณะเดียวกันด้วยสภาพเศรษฐกิจ ความผันผวนของการค้าโลก อุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน บวกกับการแข่งขันที่สูงจาก แบรนด์จีน ที่กำลังระดมสรรพกำลังลงมายังอาเซียน ล้วนเป็นปัจจัยที่เทสลา ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ 

นอกจากโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่เซียงไฮ้ เทสลา ยังมีโรงงาน 2 แห่งที่ แคลิฟอร์เนีย,เท็กซัส สหรัฐอเมริกา และเบอร์ลิน ประเทศเยอรนี ส่วนยอดขายรวมทั่วโลกปี 2568 ทำได้ 1.636 ล้านคัน ลดลงจากปี 2567 ที่ทำได้ 1.789 ล้านคัน

จึงสรุปได้ว่า จากการตรวจสอบข่าวดังกล่าวอย่างรอบด้าน ไม่พบแหล่งที่มีข้อมูล-ต้นตอแหล่งที่มาข้อมูลได้แต่อย่างใด